วันเสาร์, เมษายน 18, 2563

ไม่เชิงรีวิว closers art book

ได้ closers artbook มาแล้ว

ราคา 49,900 วอน

ค่าส่งจากเกาหลีมาไทย 30,000 วอน



ในเล่มมี

- ดีไซน์เมืองต่าง ๆ ในเกม
- แนะนำ npc ที่สำคัญ
- ประวัติตัวละคร
- ดีไซน์เริ่มแรกของตัวละคร บางคนเท่านั้น
- ดีไซน์ชุดไซเบอร์แบบจัดเต็ม ( 555 )
- ภาพคัทอิน



สิ่งที่ได้ ผ้าเช็ดตัวขนาด เอ่อ ลืมไปแล้ว แต่ใหญ่นะ


ถุงผ้าสปันบอนด์ ( มิสเทลข้างหลังนั่นไม่เกี่ยว )


ดีไซน์เริ่มแรกของบางตัวละคร แต่บางตัวก็ไม่มี




Levia lewd




ท้ายเล่มมีลายเซนของ โปรดิวเซอร์เกม ยู พยอง ฮวี
โดยคุณสามารถนำลายเซ็นของโปรดิวเซอร์เกมไปทำพิธีสาปแช่งสะกดนามได้


ป.ล. เนื่องจากสั่งหนังสือกับแม่ค้าขายเครื่องสำอางแม่ค้าแถมของมาด้วย
ขอบคุณนะค้า




วันศุกร์, เมษายน 03, 2563

[클로저스] APF 2020 เนื้อเรื่องชอลซู ( นายสมชาย )

หมายเหตุก่อนอ่าน

ชื่อตัวละครบางคนถูกแปลและแปลงเป็นภาษาไทย เพื่อความกาว

คิมชอลซู แปลงไทยเป็น นายสมชาย
สาเหตุ ชื่อ คิมชอลซู 김철수 เป็นชื่อโหลในเกาหลี ชื่อที่ใช้ยกตัวอย่างในแบบเรียนภาษาเกาหลี
เลยแปลงเป็นภาษาไทยคือ นายสมชาย



จอซูจี 저수지 แปลเป็นภาษาไทย คือ อ่างเก็บน้ำ
ในเรื่อง คนมักจะสับสนว่า คนอะไรชื่ออ่างเก็บน้ำ



อีเว้นวันเมษาโกหก
ลีบรินาพูดเรื่อง April fool's day แต่ยังหาไอเดียมาจัดกิจกรรมไม่ได้
สมชายนึกถึงวันเมษาโกหก
" วันที่คนต่างโกหกเรื่องตลกไร้สาระนั่นเหรอ "
ลีบรินาถามว่า แล้วนายมีความทรงจำวัน April fool's day ไหม

สมชายนิ่งไปสักพัก

แล้วความทรงจำระหว่างตัวเขาและจอนวูจีก็กลับคืนมา
จอนวูจี : ตัวผมตัดสินใจจะรับใช้พระเจ้าองค์ใหม่แล้ว
แล้วนายจะประนามบาปของผมรึเปล่า

สมชายไม่รับมุกจอนวูจี จอนวูจีฝืนยิ้มรับอธิบายเรื่องวันเมษาโกหก
ทว่าสมชายบอกจอนวูจีว่า " เกะกะ ถอยออกไปซะ "
จอนวูจีมองสมชายด้วยความพิศวาส



" เฮ้อ.. พระเจ้าของผมช่างเย็นชาเสียจริง, เอาล่ะ ตามสบายเถอะท่าน "

ทว่าสมชายก็โกหกลีบรินา ตัวผมเสียความทรงจำ
ไม่เคยมีความทรงจำใด ๆ เกี่ยวกับวันเมษาโกหก

ลีบริน่าสึกกังวล แล้วจะหาไอเดียจากที่ไหนจัดงานวันเมษาโกหก
ฉะนั้น ฉันนี่แหละคือเค้าท์ดี ข้าเตรียมที่นั่งพิเศษให้ผู้ชมอย่างเจ้าแล้ว
ไปโลด

สมชายถูกวาปมา ณ โรงเรียนมัธยมชินกัง
เขารู้สึกมึนหัวเล็กน้อย มีคนแนะนำตัวว่า ผมชื่อ ฮันฮีซอง เป็นครูฝึกสอนโรงเรียนมัธยมชินกัน
ฮันฮีซองบอกเขาว่าในที่สุดอาจารย์มาถึงโรงเรียน แล้ววิชาที่จะสอนนักเรียนคืออะไรดีครับ



และแล้วจอนวูจีก็โผล่มาแนะนำสมชาย
" พวกเรามาสอนเด็ก ๆ เรื่องเทคโนโลยีของปิศาจต่างมิติ ด้วยกันสิ "

สมชายขว้างระเบิดใส่จอนวูจี จนโรงเรียนเสียหาย
และแล้วจอนวูจี หายตัวไปพร้อมแรงระเบิด

ฮันฮีซอง เอ่อเกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย
สีหน้าของสมชายเรียบเฉย แล้วกล่าวว่า แค่หงุดหงิดตัวน่ารำคาญ
เลยลั่นไกยิงระเบิดออกไป ไอ้ตัวน่ารำคาญนั่นมันขยะยิ่งกว่าหนอนแมลงอีก



ฮันฮีซอง ตกใจจนพูดไม่ออกสักพัก ก่อนที่เข้าประเด็นการสอนนักเรียน
สมชายไม่เคยสอนเด็กนักเรีนยเลย เขาไม่มั่นใจว่าจำทำได้ไหม
ฮันฮีซองเสนอว่า ถ้ายังหาความถนัดไม่เจอก็ลองเป็นครูฝึกสอน
ดูการสอนของครูคนอื่นในโรงเรียนไปก่อน

คาบแรกพละศึกษา ครูมีซุก

นักเรียนแต่ละคนเมื่อเจอกับความบ้าพลังของเจ๊มีซุก & สมชายที่มีฝีมือการฆ่าคน
แค่การแข่งเบสบอลธรรมดา ที่ใช้ท่อแป๊ปเหล็กตีลูกบอลแทนไม้เบสบอล
แต่เด็ก ๆ ทั้งหมดต่างล้มหมอนนอนเสื่อจนหมดสภาพ
สมชายรู้สึกผิดที่ทำให้เด็ก ๆ บาดเจ็บ ( ไม่ตายก็บุญแล้ว )



ตอนนั้นเองเขาเจอกับมินซูฮยอน นักเรียนโรงเรียนชินกัง ที่ทำงานสภานักเรียน
สมชายเล่าปัญหาของเขาให้ฟัง มินซูฮยอนแนะนำให้สอนหนังสือเน้นวิชาการมากกว่าการปฏิบัติ
เพราะวิชาการนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ความแข็งแกร่งของร่างกาย
มินซูฮยอนถามสมชายว่า แล้วความรู้วิชาการที่จะสอนเด็ก นั่นคืออะไร
สมชายพูดถึง วิชายกายวิภาคของมนุษย์ หัวข้อจุดตายของมนุษย์ การฆ่าคนด้วยมือเปล่า
วิชาเคมี การผสมดินปืน การสร้างยาพิษ สารพิษจากยาธรรมดาและสารเคมีในชีวิตประจำวัน

มินซูฮยอนแย้งว่า แบบนั้นไม่ดีนะครับ
สมชายทำหน้าเศร้า เพราะสิ่งที่เขาพูดมานั้น คือความรู้ที่เขามีทั้งหมด
ไม่มีสิ่งอื่นใด ที่จะสอนเด็ก ๆ ในโรงเรียนได้
แต่แล้วปิศาจต่างมิติ นามว่า กรูมะ แหวกมิติมาหา
เขาเชิญชวนให้สมชายทำงานที่โรงเรียนมังกร แทนที่โรงเรียนมนุษย์กระจอก ๆ 
เผ่ามังกรต้องการสอนให้มังกรเด็ก ๆ มีทักษะการต่อสู้
ถ้าสนใจติดต่อที่ห้องผู้อำนวยการ แอสทารอสได้

สมชายเอาปืนยิงใส่เต่ากรูมะทันที

มินซูฮยอนตกใจว่า ทำไมโรงเรียนถึงเกิดระเบิด
สมชายกล่าวขอโทษ เพราะเห็นวิญญาณร้าย เลยต้องรีบฆ่าทิ้ง
มินซูฮยอนยิ้มแห้ง ๆ สักพัก



สมชายกังวลว่า ตัวเองจะเป็นครูที่ดีแก่เด็ก ๆ ได้รึเปล่า
มินซูฮยอนแนะนำให้รู้จักกับ โวฟกัง ชไนเดอร์
ครูสอนภาษาเกาหลี ส่งตรงจากเยอรมัน ( เอ๊ะ ยังไง )
มินซูฮยอนเล่นเรื่องสมชายใหัโวฟกังฟัง พร้อมแนะนำให้เรียนรู้การสอนจากโวฟกัง

โวฟกังประเมินสมชายสักครู่ ก่อนเปิดสอนวิชาพิเศษ ภาษาเกาหลีเพื่อการยั่วยุ กวนตีน
โวฟกังอธิบายว่า การต่อสู้นั้นถ้าเราทำลายสมาธิคู่ต่อสู้ได้
จะชิงความได้เปรียบทันที นี่คือเหตุผลที่เขาเปิดสอนวิชาพิเศษ ภาษาเกาหลีเพื่อการยั่วยุ กวนตีน
( ล้อเลียนวิชาภาษาเกาหลีเพื่อการสื่อสาร )

โวฟกัง : ไหนลองพูดกวนประสาท ยั่วยุคู่ต่อสู้สิ

สมชาย : แกมันแค่ขยะที่สวมร่างมนุษย์ เตรียมตัวให้ดีผมจะถลกหนังที่หุ้มขยะอย่างแกออก

โวฟกัง : ทำได้ดีมาก มีอีกไหม

สมชาย : ไม่มีอะไรจะพูดกับเดนมนุษย์อีกต่อไปแล้ว จากนี้ไปผมจะเปลี่ยนร่างแกเป็นเนื้อบด

โวฟกัง : สุดยอด!! ลองใส่พลังเข้าไปในคำพูด

สมชาย : สวะอย่างแกก็เป็นสวะอยู่วันยังค่ำ สวะที่เป็นหนอนแมลงชั้นต่ำ อย่าเสนอหน้ามาให้เห็นอีก

โวฟกัง : ใส่พลังในคำพูดมากกว่านี้อีก ชนิดที่ใครก็ตามที่ได้ยินใจสลายเลย

สมชาย : คิดเหรอว่าจะมีใครมาช่วยคนอย่างแก ไม่มีใครอยากช่วยขยะอย่างแกหรอก

โวฟกัง : ทำได้ดีมาก ฟังแล้วหัวใจแทบแหลกเหลว เหมือนโดนบดขยี้จริง ๆ

โวฟกังคิดว่านี่มันเริ่มทะแม่ง ๆ ล่ะ เหมือนไม่ใช่การยั่วยุเลย แต่เป็นการข่มขู่มากกว่า
ต่อไปอวัจนภาษา การสื่อสารโดยที่ไม่ต้องใช้คำพูด
ภาษากายก็เป็นสิ่งสำคัญ ไหนลองทำท่ากวนประสาทคู่ต่อสู้สิ

สิ่งที่สมชายทำคือ ยิ้มอย่างชั่วร้ายและ มือทำท่าปาดคอ





โวฟกังชื่นชมสมชายที่มีพรสวรรค์เรื่องนี้ ข่มขู่
สมชายเองก็ขอบคุณโวฟกังที่ช่วยเขาค้นพบพรสวรรค์ใหม่
เพราะตัวเขาเองก็ไม่รู้มาก่อนว่า มีพรสวรรค์เรื่องนี้
สิ่งนี้คงเป็นประโยชน์ในการต่อสู้ในอนาคตแน่นอน

เมื่อถามความเห็นนักเรียน ซ็อกบงบอกว่าครูสมชายน่ากลัวมาก
สมชายรู้สึกเศร้าที่ทำร้ายจิตใจนักเรียน
มิเรหาตัวสมชายเจอ มิเรไม่เคยไปโรงเรียนมาก่อน
นี่เป็นครั้งแรกที่เข้าเรียน สมชายชมว่ามิเรในชุดนักเรียนดีมาก
ช็อกบงบอกว่า โรงเรียนนี้สงบสุขและไม่มีใครบุกรุกเข้ามาได้




และแล้วเจ้าวิญญาณปิศาจต่างมิติแมงป่องปรากฎตัวขึ้น
ใช่แล้วโรงเรียนนี้สงบสุขจริง ๆ ข้าสามารถอยู่อย่างสงบ
ณ ชั้นใต้ดินของโรงเรียนได้

สมชายเอาปืนยิงไล่วิญญาณร้ายจนโรงเรียนเสียหาย
มิเรบอกว่า แมงป่องเจ้าของเกาะตายแล้ว ไม่น่าจะอยู่ที่นี่ได้

ต่อมามีเสียงตามสาย ให้ไปครูสมชายไปที่ห้องสภานักเรียน
เขาคุยกับอ่างเก็บน้ำ ระหว่างที่คุยกัน ดร. เจโมรี่ก็แหวกมิติออกมา
เธอมีหน้าที่พาสมชายกลับไปยังโลกแห่งความจริง เพราะที่นี่คือโลกแห่งความฝัน
สมชายบอกลาอ่างเก็บน้ำและสัญญาว่าจะดูแลพวกเด็ก ๆ ให้ดีที่สุด

สมชายลืมตาตื่นที่ห้องวิจัยของลีบรินา เธอสอบถามฝันเกี่ยวกับอะไรบ้าง
สมชายได้แต่ยิ้มเศร้า ๆ เขาลืมตาเห็นผู้หญิงที่มอบชื่อและชีวิตใหม่ให้กับเขา
จากนั้นเธอก็หายไป

อธิบายท้ายเนื้อเรื่อง


เพื่อความเข้าใจเนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องหลัก ณ เวลานี้ จอซูจีเสียชีวิตแล้ว



โวฟกังสอนวิชาภาษาเกาหลีเพื่อการยั่วยุกวนตีน กลายเป็นข่มขู่
เพราะชื่อคลาสตัวละครทีมหนู ต่างจากทีมอื่น ๆ คือ คลาส 해결사 แปลว่าพวกข่มขู่

แปลภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการคือ reslover
แต่ความหมายของ 해결사 เมื่อแปลเป็นไทยคือ ผู้แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง

1.มือข่มขู่   2.แก็งค์ข่มขู่   3.ผู้แก้ปัญหา


วันอังคาร, มีนาคม 31, 2563

[클로저스] APF 2020 เนื้อเรื่องมิเร ย่อ ๆ

เนื้อเรื่องอีเว้นเมษาโกหก ปี 2020 ของมิเร แบบย่อ ๆ



มิเรโดนวาปมาที่โรงเรียนชินกัง จากนั้นฮันฮีซอง เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนมาต้อนรับ
เพราะทั้งชีวิตของมิเรไม่เคยเข้าโรงเรียนเลย เธอจึงสนใจชีวิตในวัยเรียน
มิเรถามฮันฮีซองว่า ชีวิตนักเรียนต้องทำอะไรบ้าง ฮันฮีซอง อธิบายคร่าว ๆ เรื่อง
อ่านหนังสือ, ทำการบ้าน, เล่นสนุก และเรื่องที่สำคัญก็คือความรัก
ฮันฮีซองชวนมิเร ไปออกเดทด้วยกัน มิเรถามว่าแล้วการเดทคืออะไร แล้วต้องทำอย่างไร
ก่อนที่ฮันฮีซองจะเปิดปากพูด ครูสมชาย ชอลซู ห้ามและส่งจิตสังหารใส่
ห้ามทำอะไรยุ่มย่ามกับมิเรเด็ดขาด



คาบแรกวิชาพละศึกษา โดยครูมีซุก
เธอสอนนักเรียนเล่นกีฬาเบสบอล โดยใช้ท่อแป๊ปเหล็กตีลูกแทนไม้เบสบอล
ไม่แปลกใจเลยว่าชั้นเรียนจะพังพินาศแค่ไหน
แต่ความแข็งแกร่งของมิเร ก็ทำให้เธอเอาตัวรอดมาได้

มิเรพบกับมินซูฮยอน เขาทำหน้าที่เป็นสภานักเรียน และ งานแนะแนวนักเรียน
เธอถามว่างานสภาพนักเรียน และ แนะแนวคืออะไร มินซูฮยอนอธิบายให้ฟังว่า
งานสภานักเรียนคือการเก็บรวบรวมข้อมูลและสถิติต่าง ๆ มิเรบ่นว่ามันยากเกินไป
ส่วนงานแนะแนวคืองานที่ให้นักเรียนค้นพบตัวเอง ว่าชอบทำอะไร ถนัดทำเรื่องอะไร
เมื่อจบจากโรงเรียนมัธยม ก็เรียนต่อตามสายงานที่ตัวเองชอบ หรือ ออกไปทำงาน
มิเรบอกว่า งานที่ถนัดคือการดูแลคนป่วย งานพยาบาล
มินซูฮยอนอธิบายเรื่องอาชีพพยาบาล มิเรบอกว่า ถึงมันจะยาก แต่เธอก็ต้องเรียนรู้
ความฝันของมิเรคือ เป็นนางพยาบาล

และแล้ว อาจารย์โวฟกังก็ปรากฎตัวขึ้นมา



โวฟกังบอกว่า ความฝันการเป็นนางพยาบาลนั้นดี เพราะฉะนั้นเขาจะสอนปรับพื้นฐานให้มิเรเอง
อาจารย์โวฟกังประเมินความสามารถมิเร จากการสอนเกือบทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
เนื้อเสียงของมิเรและบรรยากาศรอบ ๆ ตัว ก็เยียวยาคนไข้ได้
แต่ก็มีข้อเสีย เพราะโทนเสียงของเธอนั้นเบาแถมดูอ่อนแอ
บางครั้ง พยาบาลก็ต้องคุมคนไข้ที่ดื้อด้านที่ไม่เชื่อฟัง เพื่อประโยชน์ในการรักษาตัว
ในฐานะที่โวฟกังเคยเป็นบุรุษพยาลสนามรบ ( นายเคยทำเรื่องแบบนี้ด้วยเรอะ )
เขาจะสอนการใช้เสียง เพื่อขอร้องแกมบังคับคนไข้เอง
( นายสวมวิญญาณเป็นครูอ้วน มณีนุช ใช่ไหม )

โวฟกังไหนลองใช้เสียงแบบขอร้องแกมบังคับ

" เปล่าประโยชน์ "

" ก้มหัวลงมา "

มิเรพูดตามโวฟกัง " เปล่าประโยชน์ " " ก้มหัวลงมา "
ในสายตาของโวฟกังคิดว่ายังดีไม่พอ เขาแนะแนวว่า เธอต้องใส่พลังเข้าไปในเสียง
เพื่อให้คนไข้แสนดื้อด้านทำตามคำสั่ง เพื่อประโยชน์ต่อพวกเขา
โวฟกังบอกให้มิเร พูดซ้ำอีกครั้งและคิดคำพูดที่คนไข้ได้ยินก็ต้องเชื่อฟังพยาล
มิเรใส่พลังในเสียงเต็มที่ เธอพูดว่า

" เปล่าประโยชน์ "


" ก้มหัวลงมา "


โวฟกังชมว่าเธอใช้เสียงได้ดีกว่าเดิม ฟังแล้วดุดันกว่าเดิม
มิเรนึกถึงประโยคที่อาจารย์บอกให้เธอคิดเอง
คำพูดที่คนไข้ได้ยินก็ต้องเชื่อฟังพยาบาล

มิเรพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน

" ฉันจะตัดหัวคุณ "


โวฟกังสะดุ้ง คำพูดนั้นฟังแล้วเสียงสันหลังวาบจริง ๆ
เขาบ่นพึมพำ " ผมขอโทษจริง ๆ ทำไมผลลัพธ์การสอนถึงเป็นเช่นนี้ "
จากนั้นโวฟกังชมมิเรว่า เธอทำได้ดีมาก จากนั้นก็ฝึกฝนบ่อย ๆ
เขาพร้อมสนับสนุนมิเร ในฐานะครูคนหนึ่ง
มิเรดีใจมาก เธอกล่าวขอบคุณโวฟกัง



มิเรมาถึงร้านค้าโรงเรียน ซ็อกบงทักว่ามิเรเป็นซาลาเปาจริง ๆ ด้วย
มิเรหน้ามุ่ย ตัวฉันไม่ใช่ซาลาเปาซักหน่อย มิเรสงสัยว่าซ็อกบงรู้จักเธอได้อย่างไร
ก็ในเมื่อทั้งคู่ไม่เคยเจอกันมาก่อน
ซ็องบงบอกว่า มีลูกค้าคนนึงมาซื้อของที่ร้านค้าโรงเรียน
เขาพูดว่ามิเรคือซาลาเปา มิเรสงสัยว่าทำไมเธอต้องเป็นซาลาเปา
สีหน้าซ็อกบงเขินอาย ตัวเขาไม่อาจจะบอกความจริงได้ เขารีบตัดบทไปว่า
เธอจะซื้ออะไรก็ได้ในร้านค้าโรงเรียนแห่งนี้ ยกเว้นซาลาเปาที่เขาขายให้ไม่ได้
ครูสมชายชอลซูโผล่มาพร้อมจิตสังหาร นักเรียนซ็อกบง เธอมีเรื่องอะไรปกปิดครูใช่ไหม
เขาบอกว่า กำลังไล่ล่า วิญญาณเต่าร้ายในโรงเรียน
ซ็อกบงหวาดผวา บอกว่าไม่มีอะไรปิดบังจริง ๆ เขาแค่มาทำงานจิตอาสาในร้านค้า
ซ็อกบงอธิบายเรื่องงานกิจกรรมจิตอาสา ที่ออกไปช่วยคนอื่นโดยไม่หวังผมตอบแทน
ซ็อกบงพูดถึง ครูโวฟกังอาสาพาเด็ก ๆ ออกไปเก็บขยะที่ชายหาดตอนนี้
( เรื่องที่โวฟกังพาเด็ก ๆ ไปเก็บขยะที่ชายหาด มีผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอน )



มิเรออกไปพบผู้จัดการร้านเรื่องงานจิตอาสา ผู้จัดการร้านค้าของโรงเรียนคือจอซูจี
มิเรตกใจว่านี่คือจอซูจีตัวจริงใช่ไหม จากนั้นเธอชวนมิเรไปเป็นจิตอาสาเก็บขยะที่ชายหาด
แต่แล้ว ดร. เจโมรี่ก็แหวกมิติออกมา อธิบายว่าโลกที่เธออยู่ตอนนี้คือความฝัน
ดร. เจโมรี่พามิเรกลับไปยังโลกแห่งความจริง ก่อนที่จะไปมิเรอาลัยที่ไม่ได้พบกับจอซูจีบอกว่า มิเรเป็นผู้ใหญ่แล้ว ส่วนตัวเธอก็ไม่ใช่เด็ก ๆ ที่จะให้ใครมาเป็นห่วง
จอซูจีอยากให้มิเรกลับไปยังโลกเดิม เพื่ออนาคตของตัวเธอเอง
ไว้มีโอกาสฉันจะหาทางมาคุยด้วยกับเธอเอง



มิเรลืมตาตื่นที่ห้องวิจัยของลีบรินา เธอถามอาการของมิเร
มิเรบอกว่า เธอฝันเรื่องดี ๆ แต่มันน่าเศร้าเกินไปที่จะพูดถึงมันอีกครั้งหนึ่ง

อธิบายท้ายเนื้อเรื่อง


เพื่อความเข้าใจเนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องหลัก ณ เวลานี้ จอซูจีเสียชีวิตแล้ว



วิชาสอนใช้เสียงของโวฟกังจากการขอร้องแกมบังคับ กลายเป็นข่มขู่
เพราะชื่อคลาสตัวละครทีมหนู ต่างจากทีมอื่น ๆ คือ คลาส 해결사 แปลว่าพวกข่มขู่

แปลภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการคือ reslover
แต่ความหมายของ 해결사 เมื่อแปลเป็นไทยคือ ผู้แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง

1.มือข่มขู่   2.แก็งค์ข่มขู่   3.ผู้แก้ปัญหา





ผู้เล่นเกาหลีเรียกมิเรว่า 찐빵 ( ซาลาเปา )
เพราะว่า ชุดคลาสสีขาวพร้อมหน้าอกที่ใหญ่เกินไปจนแปลกตา
ครั้งที่นาดิกปล่อยภาพมาครั้งแรก มีกระทู้ของผู้เล่นจำนวนมากเรียกร้องให้ลดขนาดหน้าอกของมิเรลง
แต่นาดิกก็มิได้นำพา พวกเขาไม่ได้ลดขนาดนม หน้าอกของมิเรแต่อย่างไร
นาดิกนำมุกมิเรคือซาลาเปา มาใช้เล่นในเกมวันเมษาโกหกด้วย

วันจันทร์, มีนาคม 30, 2563

[클로저스] APF 2020 เนื้อเรื่องโวฟกัง

หมั่นไส้ Naddic games ตรงที่กล้าแซะตัวเองนี่แหละ
อีเว้นท์ที่รวมความกาว, ขำจนปอดโยก, ปวดตับ และการแซะตัวเองของผู้พัฒนาเกม รวมหมดในอีเว้นท์เดียว
เจ็บตัวน้อยที่สุดคือการแซะตัวเอง
แซะระบบ แซะตัวละคร Easter eggs ข้ามเซิฟเวอร์

พวกนายก็รู้นี่นาว่าผู้เล่นบ่นเรื่องอะไร แล้วก็เอาเรื่องนั้นมาแซะตัวเอง
ช่างดื้อตาใสเสียจริง

1 วันสามารถจบเควสได้แค่ 1 ตัวละครเท่านั้น
แต่เราก็พยายามเข็นความกาวออกมาให้มากที่สุด

จงทิ้งสามัญสำนึกและสมองก่อนอ่านเนื้อเรื่อง



สรุปเนื้อเรื่องอีเว้นเมษาโกหก 2020 สั้น ๆ
( ดำน้ำบางส่วน )

ลีบรินาวางแผนจัดงาน April fool's day แต่ยังหาความคิดดี ๆ เพื่อจัดงานไม่ได้
เธอขอคำปรึษาจากโวฟกัง จากประสบการณ์ของเขา ถูกโกหกเรื่องได้ลางานเพิ่ม
มันเป็นความทรงจำแสนเจ็บปวด
ลีบรินายกตัวอย่างการโกหก ข้านี่แหละคือเค้าท์ดี
ข้าเตรียมที่นั่งพิเศษให้ผู้ชมอย่างเจ้าแล้ว ไปโลด

โวฟกังโดนวาปมาที่โรงเรียนมัธยมชินกัง

โวฟกังบ่นว่าเหมือนหัวจะระเบิด เพราะดื่มกาแฟมากเกินไป หรือโดนศัตรูโจมตีกันแน่
ตอนนั้นเอง เขาพบกับอลิสมาต้อนรับเขา แล้วบอกว่าอาจารย์โวฟกังมาที่โรงเรียนแล้ว
อาจารย์ตัวจริงเสียงจริงอย่างโวฟกัง
รบกวนช่วยประเมินการสอนของครูในโรงเรียน และสอนเด็กที่โรงเรียนด้วย

โวฟกังตกกระไดพลอยโจนเป็นอาจารย์ ณ โรงเรียนมัธยมชินกัง

ครูคนแรก ครูพละศึกษา มีซุก
การสอนของครูพละมีซุกนั้นดิบเถื่อนมาก
เธอสอนเรื่องกีฬา ไม่สิ ต้องเรียกว่าต่อสู้ต่างหาก
วิธีสอนการเล่นเบสบอลที่ใช้อุปกรณ์ตีลูกเป็นท่อแป๊ปเหล็ก
เด็ก ๆ เมื่อเจอครูพละแบบนี้ ต่างก็หมดสภาพ
โวฟกังบ่นว่า เล่นเหวี่ยงท่อแป๊ปเหล็กไปมาแบบนี้
ไม่แปลกใจเลยว่าโรงพละจะพังพินาศแค่ไหน
เธอต้องหัดออมมือและประเมินความสามารถของเด็ก ๆ ด้วย



เมื่อเดินสำรวจโรงเรียน โวฟกังพบนักเรียนชั้น ม.5 ชื่อคิมเจอร์รี่
โวฟกังตกใจที่คิมเจอร์รี่เป็นเด็ก ม.5 นั่นนายหมดวัยเรียนแล้วนะ
เจอร์รี่แย้งว่า นักวิจัยอย่างตัวเขา ตลอดชีวิตของเขาคือการเรียนรู้
แล้วที่โรงเรียนมัธยมชินกัง ก็มีหลักสูตรพิเศษที่ไม่เหมือนใคร
เจอร์รี่ชงกาแฟให้เขา โวฟกังบอกว่า ที่ชงกาแฟรสเลิศให้เขา
เพราะนายต้องการความช่วยเหลือใช่ไหม เจอร์รี่บอกว่าใช่
เขาโดนรุ่นพี่ ม.6 กลั่นแกล้ง ด้วยจรรยาบรรณของอาจารย์
โวฟกังรับปากจะช่วยเจอร์รี่เอง

แล้วรุ่นพี่ ม.6 โผล่มา รุ่นพี่คนนี้คือเทรนเนอร์
เทรนเนอร์บอกว่า เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลั่นแกล้งเจอร์รี่
เขาแค่สนใจหนอนที่เจอร์รี่เลี้ยงไว้ อยากจะคุยเป็นเพื่อนด้วย
ตัวเขาอยากจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงสักตัว
เมื่อก่อนไม่ว่าจะเป็นตัวอะไร เมื่อได้เห็นหน้าเขาต่างก็แตกตื่นหนีหายหมด
แม้กระทั่งเพื่อนร่วมชั้นเรียน ที่ได้เห็นหน้าแม้ตัวเขาไม่ทันได้พูดอะไรก็กลัวจนฉี่ราดวิ่งหนีทันที
วิชาคหกรรม แค่เขาหยิบมีดมาทำอาหาร เพื่อนร่วมชั้นเรียนและครูก็ทุกคนก็วิ่งหนี
จนทำให้คาบเรียนวิชานั้นต้องยกเลิก
เขาไม่อยากให้ห้องเรียนเสียบรรยากาศ จนไม่กล้าเข้าเรียนวิชาใด ๆ



โวฟกังบอกว่าปัญหาของนายช่างหนักอกหนักใจจริง ๆ
มานี่ เดี๋ยวอาจารย์โวฟกังจะเปิดสอนวิชาพัฒนาบุคลิกภาพแบบส่วนตัว
ถ้าได้เห็นความจริงใจของนาย เพื่อน ๆ ต้องมองข้ามหน้าตาของนายแน่นอน
ไม่ว่านายจะเรียนวิชาอะไร อาจารย์โวฟกังคนนี้จะอยู่เป็นเพื่อนแทน
โวฟกังส่งเทรนเนอร์เข้าเรียนวิชาต่าง ๆ พร้อมอยู่เป็นเพื่อนและอธิบายให้เด็ก ๆ คนอื่นฟัง
และสอนวิชาพัฒนาบุคลิกภาพแก่เทรนเนอร์
เขาประเมินว่า เทรนเนอร์ดีขึ้นมากและหาเพื่อนวัยเรียนได้
ถึงแม้ว่าการยิ้มของเทรนเนอร์มันอาจจะดูน่ากลัวไปนิดนึง

" ขอบคุณมากครับ อาจารย์โวฟกัง " เทรนเนอร์กล่าว

**หมายเหตุ**
ถ้าเล่นเป็นทีมนก กลุ่มที่ 2 ฝั่งนักเรียน ตัวละครที่เราเล่นบอกกับคิมเจอร์รี่ว่า
" ใครก็ตามที่มันแกล้งนาย ฉันจะซัดมันให้คว่ำเอง "
เมื่อเจอกับเทรนเนอร์สารภาพความในใจ ตัวละครที่เราเล่นก็รับปากว่า จะเป็นเพื่อนคนแรก แล้วชวนไปเข้าเรียนด้วยกัน



ชื่อเสียงวิชาพัฒนาบุคลิกภาพของโวฟกังนั้นโด่งดังทั่วโรงเรียน
นักเรียนคนต่อไปที่มาขอคำปรึกษาก็คือ นักเรียนชั้น ม.6 ฮึกจีซู

( ยินดีด้วย ในที่สุดร่างโคลนของอัลฟ่าควีน ก็มีชื่อเรียกเสียที )



ถึงฉันจะเป็นร่างโคลนนิ่งของผู้ใหญ่วัย 37 ปี แต่ฉันก็เกิดมาได้แค่ปีกว่าเท่านั้น
ตลอดทั้งชีวิตอยู่แต่ในห้องทดลองรอวันตาย เพิ่งหนีออกจากห้องทดลองมาเผชิญโลกภายนอกได้ไม่นาน
ตัวฉันจำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
ฮึกจีซู ปรึกษาปัญหาชีวิตกับโวฟกัง ว่าด้วยเรื่อง
" มันผิดด้วยหรือ ที่คนอายุมากอย่างฉัน อยากจะเป็นไอดอล ร้องเพลงบนเวที "
แต่มันน่าอายที่จะออกไปเต้นและร้องเพลงคนเดียว
โวฟกังเปิดสอนวิชาพัฒนาบุคลิกภาพ เพิ่ม่ความมั่นใจแด่ฮึกจีซู

เมื่อหมดเวลาชั้นเรียน ก็มีเสียงตามสาย ประกาศเรียก อาจารย์โวฟกังไปพบผู้อำนวยการโรงเรียน

ฉันชื่ออันนา เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมชินกัง



โวฟกังประหลาดใจว่า ทำไมเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างเธอเป็นผู้อำนายการโรงเรียนได้
อันนาบอกว่า ไม่เห็นจะแปลกใจเพราะว่าผู้ใหญ่คนอื่น ๆ ก็เป็นนักเรียนที่นี่ได้เช่นกัน
" ไม่จำเป็นต้องช่วยเด็กที่อยู่ตรงหน้านี้หรอกนะ "
โวฟกังฉงนใจว่าอันนาพูดเรื่องอะไร แต่ด้วยจรรยาบรรวิชาชีพครู
ตัวเขายอมทิ้งวันลาพักร้อนทั้งหมด เพื่อช่วยเด็ก ๆ อยู่แล้ว
อันนายิ้มเศร้า ๆ แต่แล้ว ดร. เจโมรี่ก็แหวกมิติออกมา
ดร. เจโมรี่เหน็บว่า ถ้าไม่มีฉันพลังต่อสู้ทั้งหมดของนายก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างนั้นแหละ

เจโมรี่เฉลยว่าโลกใบนี้คือโลกแห่งความฝัน ที่อยู่บนพื้นฐานความฝันของใครสักคน
แล้วคนหลาย ๆ คนที่โวฟกังเจอก็ฝันร่วมกับโวฟกัง
เจโมรี่ออกสำรวจและวิจัย จนพ้นสาเหตุว่า ต้นเหตุคืออันนา

อันนาขอให้โวฟกังยกโทษให้เธอ
เพราะเธออยากสร้างโลกที่ผู้ใหญ่ได้รับการสั่งสอนและอยู่ร่วมกับเด็ก ๆ ได้
โวฟกังบอกว่า ไม่เป็นไร เธอไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องผู้ใหญ่
เพราะตัวเขานั้นจะปกป้องเด็ก ๆ อย่างเธอ ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร
ผมก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ ก็เพราะว่าผมนั้นเป็นครูของพวกเด็ก ๆ ไงล่ะ
ก่อนที่ ดร. เจโมรี่ จะพาโวฟกังออกจากโลกแห่งความฝัน เขาบอกลาอันนา
แล้วทิ้งท้ายไว้ว่า " แล้วเจอกันใหม่ "

ณ วิจัยของลีบรินา โวฟกังตื่นขึ้นมาขณะนั้นเองก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ฮึกจีซูโทรมาโวยวาย " ฉันฆ่านายแน่ ถ้านายรู้ว่าฉันอยากจะทำอะไร "
โวฟกังเฉไฉว่าฮึกจีซูพูดไม่รู้เรื่อง ตอนนี้ตัวเขากำลังทำงานอยู่ ( อย่าไปเชื่อ อีตานี่โกหก )
แล้วรีบวางสายอย่างรวดเร็ว



โวฟกังนายไปแทรกระหว่างเนื้อเรื่องของคนอื่นนี่ทำตัวเรื้อนมาก
แต่พอเนื้อเรื่องหลักของนายเอง หัวใจนายหล่อมาก
สมแล้วที่หล่อเสียของจริง ๆ

วันศุกร์, มีนาคม 27, 2563

แปลเฉพาะกิจ อีเว้นเมษาโกหก คาบเรียนภาษาเกาหลีของนาทา

แปลเฉพาะกิจ
ส่วนหนึ่งของอีเว้นเมษาโกหกของเซิฟเกาหลี

คาบเรียนภาษาเกาหลีของนาทา

เนื่องจากมีคนแคปมาให้ ก็เลยแปลเนื้อเรื่องของท่านทานาได้

ครูคนต่อไปคือ อาจารย์มนุษศาสตร์ ภาษาเกาหลี โวฟกัง ชไนเดอร์
ครูสอนภาษาเกาหลี ที่ส่งตรงจากเยอรมัน ( เอ๊ะยังไง )
โวฟกังบ่นถึงนายจ้าง ทำไมให้คนเยอรมันมาสอนภาษาเกาหลี
สวัสดีนักเรียน ผมคือ โวฟกัง ชไนเดอร์
เมื่อแนะนำตัวเสร็จ โวฟกังเดินออกจากห้องพร้อมพูดว่า

ตอนนี้ผมถูกเลิกจ้างแล้ว
จากนี้ผมจะออกไปเที่ยวทะเลที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดี๋ยวนี้
ลาก่อนนักเรียน

( easter egg วันที่ปล่อยเควส เป็นวันเดียวกับที่โวฟกังเข้าเซิฟไทย
พูดง่าย ๆ โวฟกังจะมาเที่ยวไทยนั่นเอง )

เด็ก ๆ รั้งโวฟกังเอาไว้ บอกอย่าเพิ่งไป
นาทาทักว่า อย่างน้อยนายเป็นคนเยอรมัน น่าจะสอนภาษาเยอรมันได้สิ
โวฟกังบอกว่าใช่ สิ่งที่ผมควรสอนคือภาษาเยอรมัน ไม่ใช่ภาษาเกาหลี
แต่ทางโรงเรียนให้ผมมาสอนภาษาเกาหลี
จะให้เด็ก ๆ มาสอนภาษาเกาหลีให้ครูก็กะไรอยู่
เอาอย่างนี้แล้วกัน

เริ่มเรียนวิชาภาษาเกาหลีสำเนียงเยอรมันในคาบภาษาเกาหลีได้

เอาล่ะ นักเรียนทุก ๆ คน เริ่มออกเสียงภาษาเกาหลี
สำเนียงเยอรมันได้ พูดตามครูนะ

" ขอบคุณจริง ๆ "

ด้วยสำเนียงภาษาเกาหลีลิ้นเปลี้ยของโวฟกัง สิ่งที่นักเรียนนาทาได้ยินคือ

" ชอบ - คุณ - จริง - จริง "

นาทาแสดงสีหน้าเขิน

นาทา : ขะ..ขอ ขอ

ขอหวดแกสักเปรี้ยงนึง

โวฟกัง : เอ๊ะ เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร

นาทาคว้ากรูข่าคู่ใจไล่ฟาดโวฟกังทันที

ป.ล. แปลงมุกบางส่วนเป็นภาษาไทย เพื่อให้คนไทยเข้าใจง่าย ๆ
หมั่นไส้สำเนียงลิ้นเปลี้ยของโวฟกังจริง ๆ

โรงเรียนนี้จะไปรอดไหมเนี่ย

ต้นฉบับ


© ลูกนูอยากกินโชตะ All rights reserved |