วันอังคาร, มีนาคม 31, 2563

[클로저스] APF 2020 เนื้อเรื่องมิเร ย่อ ๆ

เนื้อเรื่องอีเว้นเมษาโกหก ปี 2020 ของมิเร แบบย่อ ๆ



มิเรโดนวาปมาที่โรงเรียนชินกัง จากนั้นฮันฮีซอง เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนมาต้อนรับ
เพราะทั้งชีวิตของมิเรไม่เคยเข้าโรงเรียนเลย เธอจึงสนใจชีวิตในวัยเรียน
มิเรถามฮันฮีซองว่า ชีวิตนักเรียนต้องทำอะไรบ้าง ฮันฮีซอง อธิบายคร่าว ๆ เรื่อง
อ่านหนังสือ, ทำการบ้าน, เล่นสนุก และเรื่องที่สำคัญก็คือความรัก
ฮันฮีซองชวนมิเร ไปออกเดทด้วยกัน มิเรถามว่าแล้วการเดทคืออะไร แล้วต้องทำอย่างไร
ก่อนที่ฮันฮีซองจะเปิดปากพูด ครูสมชาย ชอลซู ห้ามและส่งจิตสังหารใส่
ห้ามทำอะไรยุ่มย่ามกับมิเรเด็ดขาด



คาบแรกวิชาพละศึกษา โดยครูมีซุก
เธอสอนนักเรียนเล่นกีฬาเบสบอล โดยใช้ท่อแป๊ปเหล็กตีลูกแทนไม้เบสบอล
ไม่แปลกใจเลยว่าชั้นเรียนจะพังพินาศแค่ไหน
แต่ความแข็งแกร่งของมิเร ก็ทำให้เธอเอาตัวรอดมาได้

มิเรพบกับมินซูฮยอน เขาทำหน้าที่เป็นสภานักเรียน และ งานแนะแนวนักเรียน
เธอถามว่างานสภาพนักเรียน และ แนะแนวคืออะไร มินซูฮยอนอธิบายให้ฟังว่า
งานสภานักเรียนคือการเก็บรวบรวมข้อมูลและสถิติต่าง ๆ มิเรบ่นว่ามันยากเกินไป
ส่วนงานแนะแนวคืองานที่ให้นักเรียนค้นพบตัวเอง ว่าชอบทำอะไร ถนัดทำเรื่องอะไร
เมื่อจบจากโรงเรียนมัธยม ก็เรียนต่อตามสายงานที่ตัวเองชอบ หรือ ออกไปทำงาน
มิเรบอกว่า งานที่ถนัดคือการดูแลคนป่วย งานพยาบาล
มินซูฮยอนอธิบายเรื่องอาชีพพยาบาล มิเรบอกว่า ถึงมันจะยาก แต่เธอก็ต้องเรียนรู้
ความฝันของมิเรคือ เป็นนางพยาบาล

และแล้ว อาจารย์โวฟกังก็ปรากฎตัวขึ้นมา



โวฟกังบอกว่า ความฝันการเป็นนางพยาบาลนั้นดี เพราะฉะนั้นเขาจะสอนปรับพื้นฐานให้มิเรเอง
อาจารย์โวฟกังประเมินความสามารถมิเร จากการสอนเกือบทุกอย่างเป็นไปด้วยดี
เนื้อเสียงของมิเรและบรรยากาศรอบ ๆ ตัว ก็เยียวยาคนไข้ได้
แต่ก็มีข้อเสีย เพราะโทนเสียงของเธอนั้นเบาแถมดูอ่อนแอ
บางครั้ง พยาบาลก็ต้องคุมคนไข้ที่ดื้อด้านที่ไม่เชื่อฟัง เพื่อประโยชน์ในการรักษาตัว
ในฐานะที่โวฟกังเคยเป็นบุรุษพยาลสนามรบ ( นายเคยทำเรื่องแบบนี้ด้วยเรอะ )
เขาจะสอนการใช้เสียง เพื่อขอร้องแกมบังคับคนไข้เอง
( นายสวมวิญญาณเป็นครูอ้วน มณีนุช ใช่ไหม )

โวฟกังไหนลองใช้เสียงแบบขอร้องแกมบังคับ

" เปล่าประโยชน์ "

" ก้มหัวลงมา "

มิเรพูดตามโวฟกัง " เปล่าประโยชน์ " " ก้มหัวลงมา "
ในสายตาของโวฟกังคิดว่ายังดีไม่พอ เขาแนะแนวว่า เธอต้องใส่พลังเข้าไปในเสียง
เพื่อให้คนไข้แสนดื้อด้านทำตามคำสั่ง เพื่อประโยชน์ต่อพวกเขา
โวฟกังบอกให้มิเร พูดซ้ำอีกครั้งและคิดคำพูดที่คนไข้ได้ยินก็ต้องเชื่อฟังพยาล
มิเรใส่พลังในเสียงเต็มที่ เธอพูดว่า

" เปล่าประโยชน์ "


" ก้มหัวลงมา "


โวฟกังชมว่าเธอใช้เสียงได้ดีกว่าเดิม ฟังแล้วดุดันกว่าเดิม
มิเรนึกถึงประโยคที่อาจารย์บอกให้เธอคิดเอง
คำพูดที่คนไข้ได้ยินก็ต้องเชื่อฟังพยาบาล

มิเรพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน

" ฉันจะตัดหัวคุณ "


โวฟกังสะดุ้ง คำพูดนั้นฟังแล้วเสียงสันหลังวาบจริง ๆ
เขาบ่นพึมพำ " ผมขอโทษจริง ๆ ทำไมผลลัพธ์การสอนถึงเป็นเช่นนี้ "
จากนั้นโวฟกังชมมิเรว่า เธอทำได้ดีมาก จากนั้นก็ฝึกฝนบ่อย ๆ
เขาพร้อมสนับสนุนมิเร ในฐานะครูคนหนึ่ง
มิเรดีใจมาก เธอกล่าวขอบคุณโวฟกัง



มิเรมาถึงร้านค้าโรงเรียน ซ็อกบงทักว่ามิเรเป็นซาลาเปาจริง ๆ ด้วย
มิเรหน้ามุ่ย ตัวฉันไม่ใช่ซาลาเปาซักหน่อย มิเรสงสัยว่าซ็อกบงรู้จักเธอได้อย่างไร
ก็ในเมื่อทั้งคู่ไม่เคยเจอกันมาก่อน
ซ็องบงบอกว่า มีลูกค้าคนนึงมาซื้อของที่ร้านค้าโรงเรียน
เขาพูดว่ามิเรคือซาลาเปา มิเรสงสัยว่าทำไมเธอต้องเป็นซาลาเปา
สีหน้าซ็อกบงเขินอาย ตัวเขาไม่อาจจะบอกความจริงได้ เขารีบตัดบทไปว่า
เธอจะซื้ออะไรก็ได้ในร้านค้าโรงเรียนแห่งนี้ ยกเว้นซาลาเปาที่เขาขายให้ไม่ได้
ครูสมชายชอลซูโผล่มาพร้อมจิตสังหาร นักเรียนซ็อกบง เธอมีเรื่องอะไรปกปิดครูใช่ไหม
เขาบอกว่า กำลังไล่ล่า วิญญาณเต่าร้ายในโรงเรียน
ซ็อกบงหวาดผวา บอกว่าไม่มีอะไรปิดบังจริง ๆ เขาแค่มาทำงานจิตอาสาในร้านค้า
ซ็อกบงอธิบายเรื่องงานกิจกรรมจิตอาสา ที่ออกไปช่วยคนอื่นโดยไม่หวังผมตอบแทน
ซ็อกบงพูดถึง ครูโวฟกังอาสาพาเด็ก ๆ ออกไปเก็บขยะที่ชายหาดตอนนี้
( เรื่องที่โวฟกังพาเด็ก ๆ ไปเก็บขยะที่ชายหาด มีผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอน )



มิเรออกไปพบผู้จัดการร้านเรื่องงานจิตอาสา ผู้จัดการร้านค้าของโรงเรียนคือจอซูจี
มิเรตกใจว่านี่คือจอซูจีตัวจริงใช่ไหม จากนั้นเธอชวนมิเรไปเป็นจิตอาสาเก็บขยะที่ชายหาด
แต่แล้ว ดร. เจโมรี่ก็แหวกมิติออกมา อธิบายว่าโลกที่เธออยู่ตอนนี้คือความฝัน
ดร. เจโมรี่พามิเรกลับไปยังโลกแห่งความจริง ก่อนที่จะไปมิเรอาลัยที่ไม่ได้พบกับจอซูจีบอกว่า มิเรเป็นผู้ใหญ่แล้ว ส่วนตัวเธอก็ไม่ใช่เด็ก ๆ ที่จะให้ใครมาเป็นห่วง
จอซูจีอยากให้มิเรกลับไปยังโลกเดิม เพื่ออนาคตของตัวเธอเอง
ไว้มีโอกาสฉันจะหาทางมาคุยด้วยกับเธอเอง



มิเรลืมตาตื่นที่ห้องวิจัยของลีบรินา เธอถามอาการของมิเร
มิเรบอกว่า เธอฝันเรื่องดี ๆ แต่มันน่าเศร้าเกินไปที่จะพูดถึงมันอีกครั้งหนึ่ง

อธิบายท้ายเนื้อเรื่อง


เพื่อความเข้าใจเนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องหลัก ณ เวลานี้ จอซูจีเสียชีวิตแล้ว



วิชาสอนใช้เสียงของโวฟกังจากการขอร้องแกมบังคับ กลายเป็นข่มขู่
เพราะชื่อคลาสตัวละครทีมหนู ต่างจากทีมอื่น ๆ คือ คลาส 해결사 แปลว่าพวกข่มขู่

แปลภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการคือ reslover
แต่ความหมายของ 해결사 เมื่อแปลเป็นไทยคือ ผู้แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง

1.มือข่มขู่   2.แก็งค์ข่มขู่   3.ผู้แก้ปัญหา





ผู้เล่นเกาหลีเรียกมิเรว่า 찐빵 ( ซาลาเปา )
เพราะว่า ชุดคลาสสีขาวพร้อมหน้าอกที่ใหญ่เกินไปจนแปลกตา
ครั้งที่นาดิกปล่อยภาพมาครั้งแรก มีกระทู้ของผู้เล่นจำนวนมากเรียกร้องให้ลดขนาดหน้าอกของมิเรลง
แต่นาดิกก็มิได้นำพา พวกเขาไม่ได้ลดขนาดนม หน้าอกของมิเรแต่อย่างไร
นาดิกนำมุกมิเรคือซาลาเปา มาใช้เล่นในเกมวันเมษาโกหกด้วย
Share:

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

© ลูกนูอยากกินโชตะ All rights reserved |